เปิดตัวไอ้ โม้ เบียร์ช้าง | 19.01.06
ถ้าคุณจะทำโพลกับคนไทยแล้วอยากจะให้ผลออกมาเป็นที่ฮือฮา วิธีง่ายที่สุดคือตั้งคำถามแบบนี้: “คุณคิดว่า X นี้มีผลประโยชน์หรือวาระซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังหรือไม่?” ไม่ว่า X จะเป็นอะไร ตั้งแต่ การซื้อหุ้น มติชน ของแกรมมี่ หรือ การติดตั้งเครื่องขายถุงยางอนามัยในโรงเรียน หรือ การที่ล็อตตารี่งวดล่าสุดออก 99 ผมรับรองว่าคนที่บอกว่าเชื่อว่ามี “เบื้องหลัง” จะมีเป็นกอบเป็นกำ เฉลี่ยแล้วไม่ต่ำกว่า 50% . ไม่ใช่ว่า คนไทยเรารู้เบื้องหน้าเบื้องหลังของเรื่องต่างๆ ทะลุปรุโปร่งไปหมดหรอก, จริงๆ แล้วตรงกันข้ามเสียมากกว่า. ยิ่งไม่รู้ก็ยิ่งต้องวางท่าว่ารู้ หรือถึงไม่รู้อย่างน้อยก็ต้องไม่ไร้เดียงสา. ยิ่งการพิสูจน์นิเสธพจน์ (negative proposition) แน่ชัดว่า ไม่ มี conspiracy นั้นแทบเป็นไปไม่ได้ด้วยแล้ว ก็ยิ่งไม่รู้ว่าจะไปเถียงกับคนที่บอกว่ามีให้เปลืองตัวทำไม. สู้เชื่อส่งเดชไปเลยไม่ได้. If you can’t beat them, join them.
X ที่จะพูดถึงกันในวันนี้ก็คือการประท้วง IPO ของบริษัทไทยเบฟเวอเรจ ตามบทความเรื่อง “เปิดอ้ายโม่งสกัด ‘ช้าง’ เข้าตลาดหุ้น” ของบล็อก onopen.com (ซึ่งมีผู้อ่านแนะนำผมให้อ่าน แต่ซึ่งผมขอไม่แนะนำต่อ). บทความเริ่มต้นในแบบที่พอจะเดากันได้:
เปิดศักราชใหม่ปี 2549 เบียร์ช้างหรือบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) ฟันธงชัดเจนว่าจะไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์ หลังจากที่อดทนอดกลั้นมาตลอดปี 2548 แต่อยู่ๆก็ฝันสลายที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ข่าววงในระบุว่า ม็อบต่อต้านเพื่อต้องการ “หยุด” ความยิ่งใหญ่ของเบียร์ช้าง หรือต้องการอะไร..? แล้วใครล่ะ..ที่อยู่เบื้องหลังทำให้ “เจริญ สิริวัฒนภักดี” ต้องถอยทัพและคิดนอกกรอบไปตลาดหุ้นสิงคโปร์
ข่าวเบียร์ช้างจะเข้าตลาดหุ้นมีมานาน แต่เริ่มมีความชัดเจนและเปิดตัวจริงๆจังๆปี 2547 เมื่อจัดโครงสร้างองค์กรลงตัว โดยคาดว่าจะเข้าตลาดหุ้นได้ในต้นไตรมาส 2 ปี 2548
เมื่อเห็นว่าเบียร์ช้างพร้อม กระแสต่อต้านถูกปลุกมาต่อเนื่องจนรุนแรงในช่วงเดือนกรกฎาคม 2548 ที่มีพระสงฆ์เป็นพันรูปมาประท้วงหน้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
แกนนำคนสำคัญคือพล.ต.จำลอง ศรีเมือง ผู้ซึ่งใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นอย่างดี
และก็จบลงในแบบที่น่าจะเดากันได้เช่นกัน:
คำถามที่สงสัยและติดใจว่าทำไม“เบียร์ช้าง”จะเข้าตลาดหุ้นไทยไม่ได้ ใครเป็นอ้ายโม่งเตะช้างไปสิงคโปร์ และทำไมต้องเตะสกัด…???
เพราะคนที่กดปุ่มให้เบียร์ช้างเข้าตลาดหุ้น และแกนนำม็อบต่อต้าน ก็เป็นคนกันเองด้วยกันทั้งน้าน…
ตกลงหลังจากพูดเป็นนัยวกไปวนมาทั้งเรื่อง ท้ายสุด “อ้ายโม่ง” ก็ยังเป็น “อ้ายโม่ง” อยู่นั่นเอง. แต่ถึงแม้จะเปิดช่องไว้ให้ดิ้นดุ๊กดิ๊กได้ในกรณีที่ถูกฟ้อง มันก็ชัดเจนพอสมควรว่าผู้เขียนกำลังกล่าวหาว่าคนรัฐบาลนี้จงใจเตะถ่วงไม่ให้เบียร์ช้างได้เข้าตลาด. อันธพาลก็แบบนี้แหละ จริงมั๊ย? เห็นดาวรุ่งแล้วเป็นต้องสกัด.
ปัญหาก็คือ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว นิตยสาร Fortune ตีพิมพ์ข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ชื่อว่า “Thai Exchange, Protesters at Lagerheads” โดยอ้างคน “วงใน” แบบเดียวกัน และแสดงภาพลบต่อรัฐบาลทักษิณเหมือนกัน (ผู้เขียน โรเบิร์ต ฮอร์น คือคนเดียวกับที่เขียน “A Royal Dressing-Down” ในนิตยสาร Time ในปี 2544) แต่ข่าว “วงใน” ที่ว่านี้กลับเป็นตรงกันข้ามไปเสียฉิบ:
Of the private companies slated to list on the Stock Exchange of Thailand (SET) this year, Thai Beverages is the most anticipated. Its $731 million IPO would be the biggest in the SET’s 30-year history. Punters want a taste of the firm because its Chang beer and its Mekong and Saengsom whiskies are dominant brands in Thailand. Economic planners, including Prime Minister Thaksin Shinawatra, were counting on the IPO to inject some fizz into a market that’s been flat for the past year and a half. For a Prime Minister whose poll numbers are inextricably linked to economic good times, a bear market is bad politics. Thaksin’s approval rating has plunged to 47%, a three-year low.
To make the SET one of the premier exchanges in Asia, as Thaksin wants to do, he will have to boost market capitalization, now only $113 billion, to levels comparable to South Korea’s or Singapore’s. One way to get there is to privatize and list state enterprises, a strategy that has run into opposition from unions. So Thaksin is courting large private firms with profit potential to go public.
ในหมู่บริษัทเอกชนที่จ่อจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปีนี้ ไทย เบฟเวอเรจ เป็นบริษัทที่ถูกตั้งตาคอยมากที่สุด. IPO มูลค่า 731 ล้านดอลลาร์นี้จะเป็นอันที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 30 ปีของ SET. นักเล่นหุ้นต้องการลิ้มชิมรสบริษัทนี้เพราะว่าเบียร์ช้างและเหล้าแม่โขงและแสงโสมเป็นยี่ห้อที่ครองตลาดในประเทศไทย. นักวางแผนเศรษฐกิจ รวมทั้งนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร กำลังหวังพึ่ง IPO นี้ให้ช่วยกระตุ้นความซู่ซ่าให้กับตลาดที่นิ่งมาตลอดหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมานี้. สำหรับนายกรัฐมนตรีที่มีคะแนนนิยมผูกติดอยู่กับความฟู่ฟ่าทางเศรษฐกิจอย่างแยกไม่ออกนี้, ตลาดหมีคือสภาวะการเมืองที่ไม่ดี. อัตราความนิยมในตัวของทักษิณได้หล่นลงมาอยู่ที่ 47% ต่ำสุดในรอบ 3 ปี.
เพื่อให้ SET เป็นหนึ่งในตลาดชั้นนำของเอเชีย, ซึ่งทักษิณต้องการ, เขาจะต้องเพิ่มมูลค่าของตลาด, ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ 113 ล้านดอลลาร์เท่านั้น, ให้ถึงระดับที่ใกล้เคียงกับของเกาหลีใต้และสิงคโปร์. วิธีหนึ่งที่จะไปถึงจุดนั้นก็คือแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้เป็นเอกชนและนำเข้าตลาดหลักทรัพย์, ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่ได้ประสบกับการคัดค้านจากเหล่าสหภาพแรงงาน. ดังนั้นทักษิณจึงกำลังหวังพึ่งบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการทำกำไรดีให้เข้าตลาดหลักทรัพย์.
[คำแปลโดยผมเอง]
ดังนั้น ดาวรุ่งที่ onopen บอกว่าคุณทักษิณต้องการจะสกัด กลับกลายมาเป็นดาวรุ่งที่ Fortune บอกว่าเขาต้องการจะโปรโมต (เพื่อให้สโมสร SET มีดารามากขึ้น). มิหนำซ้ำ Fortune ยังบอกในช่วงท้ายของบทความว่า ดาวรุ่งเจริญเองหาได้อยากจะเทิร์นโปร… เอ๊ย… เข้าตลาดจนทนไม่ไหวเหมือนกับที่ onopen บอกไม่ แต่กลับเออออเพื่อเอาใจผู้จัดการทักษิณไปงั้นๆ เอง. ส่วน พล.ต. จำลองที่บอกว่า “ใกล้ชิด” น่ะ ก็ดูเหมือนจะใกล้ชิดเกินไปจนอึดอัด:
Which raises the question: Why does he need the capital markets? Charoen, who declined to be interviewed, has said the funds would be used to expand overseas production. But many analysts believe he’s cash-rich enough to do that already. “The SET needs him more than he needs the SET,” says Andrew Stotz, Thailand manager of Australia’s Macquarie Research. Some brokers say the listing is intended to shore up ties to Thaksin by supporting his ambitions for the SET and to reward Charoen’s allies with shares that are expected to skyrocket.
That, more than anti-alcohol sentiments, may be fueling Chamlong’s crusade. While Thailand as a nation does have a drinking problem — it ranks fifth in the world in per-capita alcohol consumption, according to the World Health Organization — the protests are, says economist Chris Baker, “a shot across Thaksin’s bow.” The Prime Minister, has floated the idea of legalizing gambling, prostitution, and other vices in order to tax them. With his protests, Chamlong, an advisor to Thaksin who helps deliver conservative Buddhist votes, is serving notice that the Prime Minister is alienating part of his base. “That’s all true,” Chamlong says.
ซึ่งก่อให้เกิดคำถามว่า: ทำไมเขา [เจริญ] ถึงจำเป็นต้องใช้ตลาดทุนด้วย? เจริญ, ผู้ซึ่งปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์, ได้บอกก่อนหน้านี้ว่าเงินทุนจะถูกใช้ไปกับการขยายการผลิตในต่างประเทศ. แต่นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าเขามีเงินสดมากพอสำหรับนั่นอยู่แล้ว. “[SET จำเป็นต้องใช้เขามากกว่าที่เขาจำเป็นต้องใช้ SET” ตามคำของ แอนดรูว์ สต็อตซ์, ผู้จัดการของ Macquarie Research จากออสเตรเลีย. โบรกเกอร์บางคนบอกว่า การเข้าตลาดนี้เป็นความตั้งใจ [ของเจริญ] ที่จะเสริมสัมพันธ์กับกับทักษิณด้วยการสนับสนุนความต้องการพัฒนา SET ของทักษิณ และที่จะตบรางวัลให้พันธมิตรของเจริญด้วยหุ้นที่คาดกันว่าจะพุ่งขึ้นเป็นจรวด.
มากกว่าความรู้สึกต่อต้านแอลกอฮอล์ นั่นอาจกำลังผลักดันการต่อสู้ของจำลองอยู่อย่างแท้จริง. ถึงประเทศไทยจะมีปัญหาการดื่มหนักจริง — จัดอยู่ในอันดับ 5 ของการดื่มแอลกอฮอล์ต่อหัวสูงสุดตามสถิติขององค์การอนามัยโลก — การประท้วงเป็นการ “ยิงปืนเตือนข้ามหัวเรือของทักษิณ” ตามคำบอกเล่าของนักเศรษฐศาสตร์ คริส เบเกอร์. นายกรัฐมนตรีคนนี้ได้เสนอความคิดของการทำการพนัน, การค้าประเวณี, และบาปอื่นให้ถูกกฎหมายเพื่อจะได้เก็บภาษี. ด้วยการประท้วงของเขา, จำลอง, ที่ปรึกษาของทักษิณซึ่งช่วยนำคะแนนเสียงชาวพุทธอนุรักษ์นิยมมาให้, กำลังส่งคำเตือนไปให้นายกรัฐมนตรีว่าเขากำลังทำให้ฐานเสียงส่วนหนึ่งของเขาไม่พอใจ. “มันจริงทั้งหมดนั่นแหละ” จำลองบอก.
และนั่นก็คือสัจธรรมของเรื่องเบื้องหลัง หรือ conspiracy theory ทั้งหลาย. มันใช้อธิบายได้ทุกเรื่อง ทุกกรณีไป — โยนเหรียญออกหัวก็บอกว่ามีเบื้องหลัง, ออกก้อยก็ว่าเบื้องหลัง, เหรียญกลิ้งไปตกท่อก็เบื้องหลังอีก.
สำหรับพวกที่เชื่อว่ามี “เบื้องหลัง” ในการประท้วงเบียร์ช้างเข้าตลาดนี้ ไม่ว่าผู้อยู่เบื้องหลังนั้นจะเป็นรัฐบาลทักษิณ (onopen])หรือชาวพุทธเคร่งครัดที่แหนงหน่ายกับรัฐบาลทักษิณ (Fortune) ก็ตาม ผมยังสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเขาจะอธิบายเด็กนักเรียนมุสลิมที่ไปร่วมประท้วงหน้าตลาดหลักทรัพย์ว่ายังไง. แต่ที่ไม่ต้องสงสัยก็คือเขาอธิบายได้แน่นอน. ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรมาใหม่ คนพวกนี้ “เบื้องหลัง” พร้อมจะกระซิบดังๆ ให้คุณฟังอยู่เสมอ.

ไอ้โม่งตัวจริงก็อาจจะมีบ้างเป็นครั้งคราว แต่มันเทียบกันไม่ได้หรอกกับไอ้โม้ที่มีอยู่ดาษดื่นไปหมด โดยเฉพาะในวงการสื่อมวลชน.
ป.ล. Fortune มั่วนิ่มทีเรียก คริส เบเกอร์ ว่าเป็นนักเศรษฐศาสตร์. ขนาด ภรรยาของเขา ที่มีอาชีพสอนอยู่ที่คณะเศรษฐศาสตร์จุฬาฯ นั้นผมยังจะไม่ยอมเรียกว่าเป็นนักเศรษฐศาสตร์เลย แล้วตัว มร. เบเกอร์ เองที่ โปรไฟล์ของ บางกอกโพสต์ บอกว่าเป็นแค่ “อดีต lecturer วิชาประวัติศาสตร์” และ “ได้ทำงานในวงการธุรกิจ” หลังจากออกจากมหาวิทยาลัย อยู่ดีๆ จะกลายเป็นนักเศรษฐศาสตร์ไปได้ยังไง? แล้วถ้าเรื่องเบื้องหน้าง่ายๆ แค่นี้ยังผิด แล้วยังจะมีหน้าเอาเรื่องเบื้องหลังที่ไหนมาพูดอีก. ส่วน onopen นั้นไม่ต้องกลัวหน้าแตกแบบนี้ เพราะไม่พูดถึงเบื้องหน้าและไม่โควตคำพูดของใครเลย เอาแต่อ้างลอยๆ ถึง “ข่าววงใน” อย่างเดียว (เลยไม่รู้ว่าเป็นวงโยธาวาทิตหรือวงแหวนรอบนอกกันแน่).
ป.ป.ล. ผมเองนั้นสนับสนุนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของไทยเบฟเวอเรจ. แต่ผมไม่มีข้อมูลเบื้องหลังใดๆ และไม่กระสันอยากจะมีด้วย (เอ่อ.. อันที่จริงก็เคยมีอยู่บ้าง แต่ผมไม่เคยเชื่อสักเท่าไหร่ และก็ดูเหมือนจะผิด). เรื่องของเรื่องก็คือเราไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องไปกล่าวหาฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นคนเลวที่เสแสร้งประท้วงโดยมีวาระซ่อนเร้น. แค่ว่าเขาโง่ก็พอแล้ว.
อัพเดต เนี่ยนะ “คนกันเอง” ของ Onopen? Fortune 1 : Onopen 0.
« นพ. ประเวศ วะสี, senile citizen | | โชห่วย ประเทศไม่ห่วย »
- 1
- FREnCH Revolution Suck!!!! 7.03.06
ผมจะไม่ลบความเห็นข้างล่างนี้ แต่จะเก็บไว้แบบเดียวกับที่นักวิทยาศาสตร์เก็บตัวอย่างเชื้อโรคไข้ทรพิษ ถ้าสาวกของคุณสนธิและคุณเอกยุทธรายอื่นจะผ่านมาแล้วกลายเป็นพาหะของเชื้อนี้ก็ไม่ใช่เรื่องของผม เพราะยังไงอาการของพวกเขามันก็เกินเยียวยาอยู่แล้ว -สรรพวร
ผมว่าผู้เขียนบล๊อคนี้ คงจะไม่เข้าใจการอภิวัฒน์ประเทศไทยที่พวกตุลาชิน และเครือข่ายพันธมิตรแนวคิดปฏิวัติฝรั่งเศสกำลังทำอะไรกับประเทศไทย โดยผ่านขุมกำลังอำนาจทางการเมือง และอำนาจทุนของขั้วไทยรักไทย
สิ่งที่เอกยุทธอัญชันบุตรและสนธิลิ้มทองกุลกำลังชูธงเราจะสู้เพื่อในหลวง คงไม่ได้หมายความถึงว่าเขาสู้กับคอมมิวนิสต์ซ้ายตกขอบตกยุคหรอก
หากแต่พวกเขากำลังสู้กับกลุ่มพันธมิตรแนวคิดปฏิวัติฝรั่งเศสอยู่ต่างหาก ซึ่งคนกลุ่มนี้ ต้องการจะอภิวัฒน์ประเทศไทยให้มีการปกครองแบบสังคมนิยมเหมือนฝรั่งเศส ที่ไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการเมือง หรือ ร้ายที่สุดก็คือล้างสถาบันเจ้าสถาับันกษัตริย์ในอนาคตเลยทีเดียว
อย่างไรก็ดีก่อนจะเชื่ออะไรลองเปิดใจแล้วอ่านเรื่องราวต่อไปนี้ดู
ความเจริญเติบโตของพันธมิตรของกลุ่มแนวคิดปฏิวัติ
ฝรั่งเศส เพื่อปฏิวัติรัฐไทยคงอยู่ไม่ไกลแต่ใครจะนำ?จาก
” ซ้ า ย ตุ ล า ต ก ข อ บ”พัฒนาสู่......
“ซ้ า ย ตุ ล า ชิ น ป ฏิ วั ติ ฝ รั่ ง เ ศ ส”
เป้าหมายเดียวที่รอได้
คืออภิวัฒน์ให้ไทย กลายเป็นระบอบสังคมนิยมแบบฝรั่งเศส !ไม่เอา ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขต่อไป !!
จริงหรือไม่ เชิญวิเคราะห์ข้อมูล
วิ นิ จ ฉั ย และ ตั ด สิ น ใ จ กัน เ อ ง !!!!!!!
ความเจริญเติบโตขอพันธมิตรของกลุ่มแนวคิดปฏิวัติ
ฝรั่งเศส เพื่อปฏิวัติรัฐไทยคงอยู่ไม่ไกลแต่ใครจะนำ?
................................................................นานมาแล้วที่ฝรั่งเศสไม่เอาระบบกษัตริย์
มีการสัมมนาวิชาการและใส่ความคิด
ลงไปในหัวของนักวิชาการและประชาชนก่อนปฏิวัติ
ล้มล้างระบบกษัติริย์เมื่อสมัยปฏิวัติในฝรั่งเศส
แนวคิดนี้ได้รับการสืบสานถ่ายทอดสันดาน
ต่อเนื่องในหมู่นักวิชาการที่มีรากฐานดีกรีการศึกษา
มาจากฝรั่งเศส มีการสัมมนา จัดทำเอกสาร
บนดินก็มีการเสวนาปาฐก อบรมให้ผู้คนมองเห็น
แต่ข้อเสียของระบบกษัตริย์มาอย่างต่อเนื่องใต้ดินก็ร่ำลือกันว่ามีการจัดตั้งกลุ่มงาน
ประสานในทางลับทำลายภาพลักษณ์ของสถาบัน
ทุกรูปแบบมาอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่าสามสิบปี
จุดหมายก็คือปฏิเสธไม่เอากษัตริย์อีกต่อไปอย่างสิ้นเชิง
และร่ำลือกันว่าบางคนก้าวไกลไปถึงจัดตั้งองค์กรร่วมคิดล้มล้าง
การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
โดยปัจจุบันหันมาจับมือกับพันธมิตรของกลุ่มแนวคิดปฏิวัติ
ฝรั่งเศสแอบแฝง ที่อยู่ในรัฐบาลไทยรักไทยนี้ทำงานร่วมกัน
อย่างกลมกลืนน่าเศร้าใจ น่าตกใจ น่าเสียใจ สำหรับหลายคนที่มีชีวิต
ในรอยต่อของประวัติศาตร์ และมีส่วนร่วมได้รับรู้และได้เห็น
ความสง่างามและคุณูปการของสถาบันกษัตริย์ที่มีต่อประเทศไทย
ที่ได้รับทราบถึงแนวคิดอันน่าตกใจและไม่น่าเชื่อแบบนี้แต่สำหรับนักคิดหัวก้าวหน้า ที่ชีวิตบางช่วงอาจประสพ
กับการบีบคั้นบีบเค้นจากอำนาจรัฐและศํกดินาในอดีต
บางคนอาจชอบใจ หรือสะใจ ที่จะได้มีส่วนการปฏิวัติในอนาคตนี้
มีตำแหน่งแห่งหนรอรับการเชิดชูเกียรติในพันธมิตร
ของกลุ่มแนวคิดปฏิวัติฝรั่งเศส เมื่อการนี้สำเร็จ
นี่คือความเป็นจริงที่คงเกิดขึ้น ค่อนข้างแน่นอนในอนาคตพึงสังเกตรากเหง้าความเป็นมาของพันธมิตรของกลุ่มแนวคิดปฏิวัติ
ฝรั่งเศสกลุ่มนี้จะมีที่มาของการศึกษาจากฝรั่งเศสทั้งสิ้น
ดังนั้นรากเหง้าความคิดของนักวิชาการเหล่านี้ก็คือ
อนาคตจะปฏิเสธระบบกษัตริย์ไม่ยอมรับการสืบเนื่อง
และการใช้พระราชอำนาจผ่านรัฐสภาอย่างสิ้นเชิงเบาสุดคือการแขวนสถาบันพระมหากษัตริย์ตัดออกจากประชาชน
มีฐานะเป็นแค่สิ่งสักการะบูชา และเป็นเพียงสัญญลักษณ์
หนักสุดสำหรับพวกหัวเอียงซ้ายสุดโต่งไปทางระบอบคอมมิวนิสต์
ที่เป็นแนวร่วมของพันธมิตรของกลุ่มแนวคิดปฏิวัติ
ฝรั่งเศสคือทำลายระบบศักดินาสถาบันนี้ลงอย่างสิ้นเชิง
ซึ่งก็หวังว่า คงจะมีการคานอำนาจจากกลุ่มแรกไม่ให้กลุ่มสอง
ต่อยอดความคิดจนกลายเป็นรูปธรรมได้แนวคิดแฝงในการจัดตั้งไทยรักไทยแต่แรก
จากผู้ที่มีส่วนร่วมในพันธมิตรของกลุ่มแนวคิดปฏิวัติ
ฝรั่งเศสก็คือ ไม่ต้องการให้ไทยมีระบบกษัตริย์อีกต่อไป
ต้องการสถาปนาการปกครองให้เหมือนฝรั่งเศส
และทำลายความชอบธรรมระบบกษัตริย์ไทย
และทำลายการต่อเนื่องสืบสันติวงษ์ลงเสียทุกอย่างเน้นการสร้างให้ประชาชนพึ่งพาตนเอง
ผ่านทางสภาประชาชนมีนายกรัฐมนตรี
และประธานาธิบดีสองระบบเหมือนฝรั่งเศส
แต่จะไม่สุดขั้วเหมือนระบบคอมมิวนิสต์
แบบที่กลุ่มพคท.เก่าหรือซ้ายเก่าสุดโต่งต้องการหลายคนเคยเข้าใจผิดว่า แนวคิดไม่เอาระบบกษัตริย์
ต้องการสถาปนาระบบประธานาธิบดีนั้นยกมาจากสหรัฐอเมริกา
แท้จริงแล้วรากเหง้าของแนวคิดนี้นั้น มาจาก ฝรั่งเศสโดยตรง
ฝรั่งเศสซึ่งอยู่ตรงข้ามกับอังกฤษมาช้านาน
และปัจจุบันก็ยังคงมีความพยายาม
ที่จะล้มระบบกษัตริย์ราชวงศ์อังกฤษอย่างต่อเนื่องสถานการณ์นี้ไม่ได้ต่างจากบ้านเราแม้แต่น้อย
และนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เหิมเกริมมากขึ้น
จากแนวร่วมพันธมิตรของกลุ่มแนวคิดปฏิวัติ
ฝรั่งเศสบางคนที่หัวรุนแรงแต่ไม่แสดงออก
เหล่านี้ล้วนมีเป้าหมายอย่างเดียวคือล้มระบบ
และสลายความชอบธรรมของสถาบัน
พระมหากษัตริย์ไทยลงอย่างสิ้นเชิงหลายแนวร่วมทั้งเปิดเผยและแฝงตัว
พันธมิตรของกลุ่มแนวคิดปฏิวัติฝรั่งเศส
และเลยไปถึงแนวร่วมฝ่ายซ้ายสุดโต่งเฉียดระบบคอมมิวนิสต์
มักจะวิพากษ์ วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ไปในทางเสียหายอยู่เนืองๆ
แนวร่วมนักคิดนักวิชาการบางคน ที่มีรายชื่ออยู่ในคณะกรรมการ
พรรคไทยรักไทย ก็มิได้ปฏิเสธแนวคิด กลับทำตัวเหมือนโฆษก
เสียด้วยในบางโอกาสแม้จะมิได้เสนอตัวว่ามีความคิดที่ไม่เอาระบบกษัตริย์อย่างสิ้นเชิง
หรือออกนอกหน้าแบบแนวร่วมของนิธิเอียวศรีวงศ์ก็ตาม
แต่ในหลายหลายวาระ การแสดงออกหลายอย่างล้วนเห็นได้ว่า
มีความพยายามจะต่อต้านระบบกษัตริย์และสลายความชอบธรรม
ของสถาบันหลักนี้อยุ่เนืองๆ ทั้งผ่านในระบบรัฐสภา และนอกสภา
โดยความเห็นก็แบ่งเป็นสองฝ่าย บ้างก็ว่าฝ่ายพันธมิตรของกลุ่ม
แนวคิดปฏิวัติฝรั่งเศสอาศัยความอ่อนด้อยในชั้นเชิงทางการเมือง
ของนายทักษิณชินวัตร แต่บ้างก็ว่า ตัวนายทักษิณชินวัตร
นี้เองที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการนี้ความพยายามอย่างหนึ่งของฝ่ายซ้ายคอมมิวนิสต์หรืออดีตพคท.เก่า
กับพันธมิตรของกลุ่มแนวคิดปฏิวัติ ฝรั่งเศสคือการใช้การเข้ามา
ครอบงำการเมืองการปกครองของไทย ผ่านทางสถาบันการเมืองอย่าง
ไทยรักไทย ภายใต้การสนับสนุนและเงินทุนของทักษิณชินวัตรนั้น
เป็นกลยุทธที่หลอกใช้อย่างกลมกลืนเสียจนกระทั่งฝ่ายเสนาบดีหรือ
ฝ่ายข้าราชการงานเมืองข้าราชบริพารระดับสูงขุนทหารฝ่ายขวา
ก็มิได้ระแวดระวัง กลับกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน กระทั่ง
กลายสภาพแปรเปลี่ยนเป็นฐานให้พันธมิตรของกลุ่มแนวคิดปฏิวัติ
ฝรั่งเศส สามารถแทรกซึมเข้าไปแพร่กระจายความคิด
ที่จะปฏิเสธระบบกษัตริย์มากขึ้นทุกขณะ และแพร่ขยายมากขึ้นทุกทีทักษิณชินวัตร หรือกลุ่มอำนาจใหม่ฝ่ายขวาหรือกลุ่มทหารรุ่นที่สิบ
ที่เป็นหลักเป็นฐานให้ จะรู้ถึงเรื่องราวเหล่านี้หรือไม่ คงไม่มีใครทราบได้
แต่นับวันยิ่งน่าสนใจ ตรงที่ว่า นายทหารรุ่นสิบและทักษิณชินวัตร
ที่อวดอ้างตนเองว่า มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
และศรัทธาการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์นี้
จะไม่ล่วงรู้หรือไหวตัวทันกับกระแสความต้องการจากฝ่ายซ้ายคอมมิวนิสต์
และพันธมิตรของกลุ่มแนวคิดปฏิวัติฝรั่งเศส ที่ฝักไฝ่
ระบอบการปกครองแบบสังคมนิยมกลุ่มนี้บ้างเลยเชียวหรือแล้วถ้ารู้ฉใหนจึงหลวมตัว ฉใหนจึงยอมทำตัวให้เป็นฐานอำนาจทางการเงิน
การปกครองการปฏิรูปชนิดพลิกแผ่นดิน ฉใหนจึงยอมรับ
และรับฟังการให้คำปรึกษาที่อาจจะแฝงมาไว้ซึ่งการวางยาซึ่ง
การทำลาย การสลายและท้าทายความศักดิสิทธิของสถาบันพระมหากษัตริย์
ครั้งแล้วครั้งเล่า คำตอบนั้นอาจจะง่ายเสียยิ่งกว่าง่ายก็คือพันธมิตรร่วมของแนวคิดปฏิวัติฝรั่งเศส
อันมีนิธิเอียวศรีวงศ์กำลังชูธงปฏิวัติอภิวัฒน์นั้น
อาศัยจุดอ่อนของมนุษย์และนักปกครอง
ที่โง่แต่อวดฉลาดมักใหญ่ไฝ่สูงเห็นแก่เงิน
และอำนาจบรรดาศักดิ์มากกว่า องค์ความรู้
และความมีวินิจฉัยในการปกครอง แค่นั้นนั่นเอง
...........................................มาถึงตอนนี้
ถ้าไปอ่านข่าว
“อ.มหาวิทยาลัยทั่วประเทศลงชื่อหางว่าวไม่เอารัฐบาลพระราชทานปฏิรูปการเมือง”http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9490000029099
อันมี ศ. ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ และนายนิธิเอียวศรีวงศ์ชูธงนำ
ปฏิเสธ คุณูปการจากพระราชวินิจฉัยขององค์พระมหากษัตริย์
ที่จะทรงพระราชทานผู้นำชั่วคราวและรัฐบาลพระราชทานลงมานั้น
อาจจะพอ เข้าใจเรื่องข้างต้นได้บ้างไม่มากก็น้อยเรื่องราวเหล่านี้ ท่านอาจจะยกไปถาม ศ. ดร.อมร จันทรสมบูรณ์
รศ.ดร. โภคิน พลกุล หรือ ศ.ดร. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ว่า
มีความคิดเห็นเป็นอย่างไร ในฐานะที่เป็นศิษย์มีครูมาจาก
ดินแดนแห่งการปฏิวัติล้มล้างระบบกษัตริย์ ก็ได้ครับ
แต่จะได้รับคำตอบแบบใหน ปฏิเสธหรือตอบรับก็มิอาจจะ
ให้คำวินิจฉัยได้นะเครือข่าย นักวิชาการ
http://www.pub-law.net/
http://www.pub-law.net/publaw/ViewBrowse.asp?Keyword=&BrowseSub1s=1003&BrowseSub2s=&Date=&Page=1&PageSize=10พันธมิตรของกลุ่มแนวคิดปฏิวัติฝรั่งเศส
กับ
กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมิใช่กลุ่มที่มีแนวคิดไปในทางเดียวกันทั้งหมดทุกคน
หากแต่สมาชิก”บางคนและบางกลุ่ม”
ในกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย “อาจมีแนวคิด”
ฝักไฝ่ในระบอบสังคมนิยมที่ปฏิเสธสถาบัน แต่ไม่มีกำลังมากพอ
ที่จะมีอำนาจการตัดสินใจเหนือพันธมิตรหลักได้และมักจะมีแนวคิดที่ปฏิเสธ “การถวายคืนพระราชอำนาจ”
“นายกรัฐมนตรีหรือคณะพระราชทาน” ในทันทีทันใดเมื่อเสนอ
เพราะนั่นเท่ากับว่า ไปขัดกับธง “รัฐบาลของประชาชนเพื่อประชาชน”อย่างไรก็ดี
ความแตกต่างนั้นมีนัยยะสองประเด็นคือหนึ่ง พันธมิตรของกลุ่มแนวคิดปฏิวัติฝรั่งเศส น่าจะยืนยันได้ว่าฝักไฝ่ในแนวคิดนี้มากพอสมควร และสำหรับ “บางคน” อาจก้าวไกลไปถึง วางแผนให้ทักษิณทำลายตัวเองโดยไม่รู้ตัว เพื่อ เปิดทางให้กลุ่มแนวคิดของตน เข้าไปมีอำนาจบงการเหนือ สมาชิกพรรคไทยรักไทยทั้งมวลในอนาคต ผ่านทางยุทธวิธี นายกเงา หรือ นายกนอมินีในอนาคต
หรือข้อสอง ถ้าคิดแบบร้ายที่สุด ทักษิณชินวัตรและกลุ่มทุนในเครือข่าย รวมทั้งข้าราชการทหาร และข้าราชบริพารบางส่วน รู้เห็นเป็นใจในชบวนการเหล่านี้ทุกอย่าง ทุกขั้นตอน และมีส่วนรู้เห็นในขบวนการสะสมทุนเพิ่มอำนาจในการปกครองทุกอย่าง
เพื่อจุดมุ่งหมายเดียว
รอวันอภิวัฒน์ประเทศแบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน.................
!!!!!! ทำ ไ ม ส น ธิ ลิ้ ม ท อ ง กุ ล จึ ง ต้ อ ง ร บ กั บ แ น ว ร่ ว ม พั น ธ มิ ต ร แ น ว คิ ด ป ฏิ วั ติ ฝ รั่ ง เ ศ ส และ
” ชู ธ ง ถ ว า ย พ ร ะ ร า ช อำ น า จ !!!!! เ ร า จ ะ สู้ เ พื่ อ ใ น ห ล ว ง” !!!!!!!!
มองผ่านมุมมองของเซี้ยงเส้าหลง !!!!!!โภคินพลกุล จากมุมมองของเซี้ยงเส้าหลง
คัดตัดทอนเฉพาะมุมมองสำคัญ ต่อหนึ่งในแกนนำพันธมิตรแนวคิดปฏิวัติฝรั่งเศส !!!!อย่าสงสัยว่าทำไม สนธิลิ้มทองกุลถึงตกอยู่ในสภาวะหลังพิงฝาและจะต้องถูกดิสเครดิตและทำลายทุกรุปแบบ เพราะเขาเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งที่ รู้ถึงแผนการปฏิวัติประเทศที่จะล้มระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขและทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนการปกครองเป็นแบบฝรั่งเศส
ถามว่าทำไมถึงรู้ ก็ลองพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพันธ์ศักดิวิญญรัตน์ที่ปรึกษานายทักษิณชินวัตรดูก็ได้•• ภูมิหลังของ โภคิน พลกุล คือหนึ่งใน สุดยอด ของ นักวิชาการกฎหมายมหาชน ที่ เข้าใจการเมือง และสามารถ ทำงานเชิงโครงสร้าง, ทำงานเชิงรุก หรือ ทำ
งานเชิงปฏิวัติ ไม่ใช่เป็นเพียง เนติบริกร พิสูจน์ให้เห็นมาแล้วในยุค บรรหาร ศิลปอาชา, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ มรดกที่ทิ้งไว้จนทุกวันนี้ก็ได้แก่ พ.ร.บ.วิธี
ปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 นี่เป็นประเด็นที่ น่าจับตาอย่างยิ่ง อย่างน้อย ดุลยภาพในการทำงานด้านกฎหมาย จะเกิดขึ้นในระดับสำคัญเมื่อ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะได้รับ ความเห็น จาก อีกทางหนึ่ง ที่ไม่ใช่ กลุ่มนิติศาสตร์ จุฬาฯ ที่เริ่มก่อตัวใหญ่โตขึ้น
•• ภูมิหลังของ โภคิน พลกุล นั้นนอกจากความเป็น ด็อกเตอร์อังดรัวต์ ด้าน พับลิกลอว์ จาก ฝรั่งเศส แล้วก็คือ เชื้อทางปรัชญา-แนวคิด ที่จัดว่าสัมผัสและเข้า
ใจในทาง ก้าวหน้า, ปฏิวัติ มากกว่าทาง อนุรักษ์นิยม สมัยอยู่ต่างบ้านต่างเมืองก็ได้เข้าคารวะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจาก ปรีดี พนมยงค์ ทั้งในฐานะ นัก
เรียนกฎหมายไทยในฝรั่งเศส และ หลาน ของคอลัมนิสต์และนักต่อสู้ผู้ยิ่งใหญ่ อุทธรณ์ พลกุล เมื่อ 6 ปีก่อน ที่ก้าวมาสู่การเมืองในตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี
อยู่ในสถานการณ์ที่ คนแข็ง – การเมืองอ่อน ทำให้ โภคิน พลกุล เสมือน ผู้มาก่อนกาล มาวันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป คนแข็ง – การเมืองแข็ง น่าจะทำให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง ได้มากขึ้น
.............................
2
ทำไมแนวคิดเรื่องรัฐบาลพระราชทานของสนธิลิ้มทองกุล
และคณาจารย์หลายท่านจึงไม่ได้รับการยอมรับและมีการ
พยายามคัดค้านต่อค้านสนธิ ลิ้มทองกุล อาจเป็นบุคคลอาวุโสทางการเมืองและหนังสือพิมพ์ อีกคนหนึ่ง
ในกลุ่มพลเมืองอาวุโสที่มีความรักชาติรักสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่น้อยกว่าใคร
ที่ รู้เบื้องหลัง แผนการเลวระยำ ของกลุ่มคนและองค์กรทางการเมือง
ที่มีความคิด ที่คิดจะ อภิวัฒน์ประเทศ โดยล้มล้าง สถาบันพระมหากษัตริย์
แล้วทำให้ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบสาธารณรัฐสังคมนิยม
ที่อ้างอิงกลุ่มทุนใหญ่ซีกพรรคไทยรักไทยเท่านั้น เหมือนฝรั่งเศสจะเป็นระบอบการปกครองที่ไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์
หรือจับแขวนไว้เป็นเพียงสัญญลักษณ์เท่านั้น
โดยตัด คุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ออกจากการเมืองและภาคประชาชน
หรือร้ายที่สุด คือปล่อยข่าวลือต่อเนื่องทำลายภาพลักษณ์หรือทำให้เกิดการลอบปลงพระชนม์
ให้รัชทายาทหมดความชอบธรรมในการสืบสันติวงศ์ปกครองบ้านเมืองอีกต่อไปการปฏิบัติการเหล่านี้ เหมือนขบวนการ “ปฏิวัติอังกฤษ” ที่มีกลุ่ม “แนวคิดปฏิวัติฝรั่งเศส”
และกลุ่มทุนนิยมแนวร่วม “จัดระเบียบโลกใหม่จากสหรัฐและยิว” เป็นผู้สนับสนุน และกำลังดำเนินการ
เช่นเดียวกันกับราชวงศ์อังกฤษ ด้วยการ “วางแผนสังหารเลดี้ไดอาน่าและโดดี้อัลฟาเยด”
โดยใช้เลเซอร์กำลังสูงยิงเข้าตาของ ชองปอลคนขับรถ ในวันนั้น ทำให้เกิดอุบัติเหตุ
และออกข่าวตีพิมพ์ ทำลายภาพลักษณ์ของราชวงศ์ อย่างต่อเนื่อง ผ่านทาง หนังสือพิมพ์แทบลอยด์
ว่าราชวงศ์อังกฤษและหน่วยข่าวกรอง เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการออกคำสั่งลอบสังหารเลดี้ไดอาน่า
เพียงเพื่อหวังทำลายภาพลักษณ์ของราชวงศ์อังกฤษอย่างต่อเนื่องสำหรับในประเทศไทย กลุ่มคนและองค์กร “แนวคิดปฏิวัติฝรั่งเศส” นี้
มีแนวทางในการปฏิวัติที่ต่างจาก กลุ่มตุลาซ้ายตกขอบที่อ้างอิง
กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศ หรือ พคท. เก่า ที่นิยมใช้แนวทางสุดโต่ง
และการใช้กำลัง โดยคน “กลุ่มแนวคิดปฏิวัติฝรั่งเศส” นี้จะเลือกใช้แนวทาง
เดียวกันกับ การปฏิวัติฝรั่งเศส ที่มีการล้มล้างสถาบัน พระมหากษัตริย์
โดยอาจวางแผนการใช้กำลัง การลอบสังหารปลงพระชนม์ หรือ ค่อยๆทำให้ประชาชน
ไม่จงรักภักดี และไม่เห็นความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์
ด้วยการ ออกนโยบายประชานิยม เอื้ออาทรณ์ ด้วยการแจกเงิน
หรือสร้างโครงการประชานิยมที่ต้องใช้ทุนมหาศาลและออกข่าวทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์
ด้วยการเดินเท้าเข้าหมู่บ้านและเผยแพร่ข่าวสารให้เห็นความสำคัญของ ผู้นำพรรค
ที่มีการดำเนินการ เพื่อรากหญ้า ด้วยการแจกเงิน และออกนโยบายประขานิยมนี้
จุดประสงค์คือเพื่อจะสลายความ จงรักภักดี การผูกพันของประชาชนในที่ห่างใกล
ให้คิดแต่จะหวังพึ่งพิงแต่ความช่วยเหลือจากพรรครัฐบาลเท่านั้น
และในที่สุดก็จะละเลยแนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในที่สุด
โดยทุนที่ใช้ในโครงการนี้
นำมาจากเงินที่ระดมมาจากตลาดหลักทรัพย์ที่ ผ่านนโยบายแปลงรูปรัฐวิสาหกิจ
นโยบายหวยบนดิน นโยบายที่จะยึดบริษัทที่มีผลกำไรดีมากพอจะเป็นแหล่งทุน
เช่น บริษัทปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย นโยบายการทำให้รัฐวิสาหกิจรัฐอ่อนแอ
เช่นการบินไทย แล้วจัดตั้งบริษัทคู่แข่งขึ้นมาอย่างแอร์เอซีย ฯลฯ
เพื่อระดมทุน ในการดำเนินการปฏิวัติประเทศล้มล้างระบอบประชาธิปไตย
ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพราะแผนการนี้จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
และรอบคอบ เนื่องจากการจะโน้มเอียงประชาชนส่วนใหญ่ให้มาสนับสนุนพรรคไทยรักไทย
นี้ จะต้องใช้เงินทุนเป็นอย่างมาก ลำพังการสนับสนุนเงินจากกลุ่มทุนขั้วไทยรักไทย
และกลุ่มทุนที่มีสายสัมพันธ์กับธรรมกายนั้นคงไม่พอเพียงการรุกคืบทำลายความสำคัญของ สถาบันพระมหากษัตริย์และสถาบันศาสนาโดย
ออกข่าวทำลายภาพลักษณ์ของนิกายต่างๆและพยายามเชิดชูนิกายธรรมกาย และปกป้อง
มิให้มีการดำเนินคดีกับเจ้าลัทธิโดยอาศัยอิทธิพลของกลุ่มคนในแกนนำ ของพรรคไทยรักไทยนั้น
ก็เป็นส่วนสำคัญ โดยกลุ่มแกนนำอภิวัฒน์ประเทศให้เข้าสู่ระบอบสาธารณรัฐสังคมนิยมนี้
มีการวางเครือข่ายกำลังพลประสานกัน จัดตั้งองค์กร สร้างฐานประชาชนที่มีแนวคิด
สนับสนุนลัทธิธรรมกาย และพยายาม ออกข่าวทำลาย พระสงฆ์ในธรรมยุตินิกาย
และมหานิกายและนิกายอื่นๆ เช่น อโศกนิกายที่มีแนวคิด แบบพุทธพอเพียงอันเป็นขั้วตรงข้ามกับ
พุทธมหาอาณาจักรของลัทธิธรรมกายอย่างสิ้นเชิง โดยการดำเนินการในส่วนนี้จะแบ่งเป็น
การดำเนินการแบบใต้ดิน ที่ไม่เปิดเผย แต่บนดินนั้น จะยังแสร้งสนับสนุนมหานิกาย
และสถาบันสงฆ์หลักอยู่เหมือนเดิมการทำลายความสำคัญของสถาบันการศึกษาก็เป็นส่วนสำคัญในแผนการระยะยาวนี้
ด้วยการทำลายสถาบันครูอาจาร์ยให้มีความอ่อนแอ ตัดความสำคัญในการสร้างเยาวชนรุ่นใหม่
ในแนวทางจริยธรรม พุทธธรรม ศาสนธรรม ของศาสนาพุทธและค่านิยมประเพณีของไทยแบบตะวันออก
ให้เปลี่ยน ตามแนวคิดจัดระเบียบโลกใหม่ ของกลุ่มทุนจากสหรัฐและยิว โดยเน้นไปที่การศึกษาจาก
แหล่งข่าวสารสารนิเทศข้อมูล ที่จะมีการจัดระเบียบ การนำเสนอความรู้ข่าวสารไปในแนวทางของทุนนิยม
ตะวันตก ผ่านทางอินเตอร์เน็ทและการเรียนรู้ด้วยตนเอง ปฏิเสธการเรียนรู้จากสถาบันครู
เพือให้การควบคุมความคิดของพลเรือนโลกตามแนวคิดจัดระเบียบโลกใหม่ของสหรัฐสามารถ
กระทำได้ง่ายกว่าเดิม........................
ทั้งหมดนี้ ไม่ได้เขียนเพื่อให้ต้องการเชื่อ แต่อยากให้ไต่สวนหาหลักฐานกันเอง สำหรับกลุ่มที่เฝ้าระวังเรื่องนี้ เรามีข้อสรุปในเบื้องต้นบ้างแล้ว และการจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เป็นวินิจฉัยของผู้มาอ่านเจอทุกท่าน
แต่ขอให้ต่อยอดหาความจริงต่อเท่านั้น เพราะเรื่องแบบนี้ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เจตนาของคนได้เท่านั้น
- 2
- HugeSprocket 15.03.06
ถึงบทความในความคิดเห็นที่1
เหตุใดผู้เขียนจึงให้ความเพียงด้านเดียวเล่า
ใยไม่พูดถึงปัจจัยที่แตกต่างทั้งเงื่อนไขทางสังคมหรือประวัติศาสตร์ของชาติระหว่างฝรั่งเศสกับไทยบ้างจำได้เลาๆว่าเคยเรียนในวิชาสังคมศึกษาสมัยมัธยมปลาย
ชวนให้สงสัยว่าผู้เขียนบทความดังกล่าวยังเรียนไม่ถึงหรืออย่างไร
- 3
- 666Sydney 18.03.06
Hi Mr. FREnCH Revolution Suck….....Who ?
i ‘m just really wondering where did you get this from? from “Block Bastard” wasn’t that’s why the picture you’ev paint look like DEAM more than a REAL Stuff. Come and spit out more of your fatacies, may be the book call “Business @ The Speed of Thought” can help you more in order to know how big the power of infrmation from the Internet ISSSSS. No more fake teacher who just only got that Rubish Deegree and call themself(Nak Vee Cha Karn) which is never grow up! many of them getting old just only live longer and never ever develop their mind, always looking the way to control and gain authority by never put any effort…all of their intension is teach their students to listen and respect them only this is…........ suckkkk. One day you will see it will happen sooner or latter the revolution in thinking will change the way of Thai politics and education system when the number of Internet user are getting more and more, because the Internet will open their eye and their mind, it dosen’t matter who you are or what you do no body can hide ANY MORE and it HAPPEN NOW at PANTIP Website go ahead and prove it to yourself(MS.Sonthi’s story are the best)Note: i’m confusing on..MS./MR…....4 this guy!
- 4
- นักศึกษา 6.09.06
1อยากรู้สภาพปัจจุบันเบียร์ช้าง ปัญหา/สถานการณ์ ของเบียร์ช้างโดยร่วม และ ส่วนผสมทางการตลาดในปัจจุบัน
2เป้าหมายการดำเนินงาน 3-จุดอ่อน-จุดเเข็ง -สภาพตลาดในปัจจจุบันเพื่อหาโอกาสและอุปสรรค -วิเคราะห์คู่แข่งทางตรงทางอ้อม -ระบุProduct Psitioning -ระบุวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย -วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในแง่การรับสือ 4-เครื่องมือการสือสารที่ใช้เพื่อบรรลุMediaและNon Media -ระยะเวลาการทำงานที่ระบุด้วยGantt chart หาเพื่อทำรายงานส่ง- 5
- kanteka 6.09.06
gantt chart
